
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทศ(ส.อ.ท.) เปิดเผยในงานแถลงนโยบายการบริหารงานส.อ.ท.วาระปี 2569-71 ภายใต้แนวคิด The New Chapter of Thai Industry:Empowering Growth with 5I เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันในเวทีโลกได้ ว่า จากการติดตามสถานการณ์อุตสาหกรรมไทยรายกลุ่มช่วงไตรมาส2 (เมษายน-มิถุนายน 2569) พบว่ามี 16 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง 4 เรื่อง ประกอบด้วย
กลุ่มปูนซิเมนต์ เหล็ก อลูมิเนียม เซรามิก หลังคา แก้ว เจอปัญหา ต้นทุนการผลิตสูงทั้งราคาพลังงาน ราคาวัตถุดิบ และค่าขนส่ง
กลุ่มพลาสติก เคมีภัณฑ์(ปุ๋ย) การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ เจอปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ
กลุ่มสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์หนังรองเท้า เฟอร์นิเจอร์ เจอปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ
กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ หัตถกรรมสร้างสรรค์ เจอปัญหากำลังซื้อและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัว
ขณะที่อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวในไตรมาส 2 มี 13 กลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย
กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยาง ได้อานิสงส์จากตลาดต่างประเทศขยายตัว
กลุ่มเครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ น้ำมันปาล์ม ได้อานิสงส์ความต้องการในประเทศเติบโต
กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานหมุนเวียนและการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ดิจิทัลหรือดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) จากนโยบายภาครัฐสนับสนุน